Info-presse en ligne
Ressources pour les journalistes accrédités
Accès membres / Devenir membre

ผู้นำการต่อสู้เพื่อขจัดความหิวโหยเตือนวิกฤติทางอาหารอาจเกิดซ้ำอีกได้

Disponible en: English, 中文, Español, العربية, français

ติดต่อ

พิชญา ฟิตต์ส

(02) 686-8324

pfitts@worldbank.org

 

  • ประธานกลุ่มธนาคารโลกกล่าวว่าระดับปริมาณอาหารที่ต่ำและการขาดแคลนอาหารอาจผลักดันให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นในปีพ.ศ. 2553
  • กองทุนระดับพหุภาคี (multi-donor trust fund) เพื่อกระตุ้นความช่วยเหลือทางการเกษตรมีกำหนดจะเข้าสู่วาระการประชุมของคณะกรรมการบริหารธนาคารโลกในเดือนมกราคม
  • โครงการอาหารกลางวันโรงเรียนและการสร้างความแข็งแกร่งให้โครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม เป็นหัวใจสำคัญของการลดภาวะทุพโภชนาการ

25 พฤศจิกายน 2552สามผู้นำการต่อสู้เพื่อขจัดความหิวโหยของโลกเตือนว่าประชาคมโลกจะต้องเตรียมรับมือกับวิกฤติทางอาหารอีกรอบหนึ่งและต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในหมู่ประเทศกำลังพัฒนา

 

ปริมาณอาหารสำรองที่ต่ำ  ราคาธัญพืชที่พุ่งสูงขึ้น  และโอกาสที่ประเทศผู้ผลิตข้าวบางรายอาจจำเป็นต้องนำเข้าข้าวในปีหน้านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าราคาอาหารอาจเพิ่มสูงขึ้นในปี 2553

 

ผมหวั่นใจว่าเราอาจต้องเผชิญกับวิกฤติอีกรอบหนึ่ง...ปัญหาบางปัญหาที่เราเคยเจออาจเกิดซ้ำอีกครั้งในปี 2553ประธานกลุ่มธนาคารโลก นายโรเบิร์ต บี เซลลิก กล่าวในระหว่างการอภิปรายเรื่องวิกฤติอาหารโลกที่สถาบัน Brookings ในกรุงวอชิงตันจัดขึ้น

 

คณะผู้อภิปรายในครั้งนี้ประกอบด้วยนายเซลลิก นางโจเซ็ตต์ ชีรัน ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติและนายแซมมวล เวิร์ธธิงตัน ประธานกรรมการบริหารของ InterAction  ซึ่งเป็นสมาพันธ์องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านการบรรเทาทุกข์และการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

 

ดิฉันไม่คิดว่าวิกฤติทางอาหารที่เกิดขึ้นแล้วนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจบ ดิฉันคิดว่ามันเป็นสัญญาณปลุกให้เราตื่นขึ้นรับกับปัญหา นางชีรันกล่าว โครงการอาหารโลกซึ่งนางชีรันเป็นผู้อำนวยการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ประชากรกว่า 102 ล้านคนใน 78 ประเทศ

 

นางชีรันได้กล่าวต่อไปว่าราคาธัญพืชพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 17 และราคาอาหารนานาชาติสูงขึ้นถึงร้อยละ 50 ของราคาเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมานี้ 

 

วิกฤติทางอาหาร เปิดโปงความเหลื่อมล้ำทางโอกาสในการเข้าถึงอาหารตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงระดับชาติ  ระดับภูมิภาค  และระดับโลก  ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราเผชิญอยู่กับวิกฤติทางการเงินในวันนี้คือปัญหาซ้อนปัญหาที่ผลักดันให้จำนวนประชากรที่หิวโหยพุ่งสูงขึ้นในโลก

 

ประชากรทั้งเด็กและผู้ใหญ่เกือบ 230 ล้านคนตื่นขึ้นในแต่ละวันด้วยความไม่แน่ใจว่าจะหาอาหารได้แม้กระทั่งถ้วยหนึ่งหรือไม่ นางชีรันกล่าว

 

สถานการณ์เช่นนี้เป็นสถานการณ์ที่สั่นคลอนความมั่นคงในชีวิต เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจำนวนประชากรเหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปีจำนวนประชากรที่หิวโหยเพิ่มจาก 846 ล้านคนเป็นกว่าพันล้านคนในวันนี้ นางชีรันให้ความเห็น

 

ปัจจัยบางประการที่มีอิทธิพลทำให้ราคาอาหารถีบตัวสูงขึ้นเมื่อสองปีที่แล้วยังคงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลอยู่เช่นเดิมในวันนี้ นายเซลลิกกล่าว   ตัวอย่างเช่น  ปริมาณอาหารสำรองที่ต่ำอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนวิกฤติและยังต่ำอยู่ในวันนี้ ในขณะเดียวกัน  สินค้าโภคภัณฑ์กลายมาเป็นสินทรัพย์สำหรับการลงทุนประเภทหนึ่ง   ทำให้มีความเสี่ยงต่อความผันผวนมากขึ้นกว่าเก่า

 

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีความเชื่อมโยงกันระหว่างราคาน้ำมันและราคาอาหารที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤติทางอาหาร เมื่อใดที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น ราคาอาหารก็จะพุ่งขึ้นตามไปด้วย นายเซลลิกกล่าว

 

นายเซลลิกกล่าวต่อไปว่า   ในฐานะที่โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติเป็นองค์การหลักในการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น  ทำให้โครงการฯ สมควรที่จะได้รับการสนับสนุนเงินทุนในระยะยาวและในลักษณะที่สามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  โครงการอาหารโลกต้องระดมทุน จากศูนย์ ในแต่ละปี เป็นงานที่ยากเย็นมาก นายเซลลิกกล่าว

 

นายเซลลิกกล่าวต่อไปว่า  ควรจะมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเพื่อป้องกันการกักตุนอาหาร   ในระหว่างวิกฤติทางอาหารที่ผ่านมานั้น การดำเนินมาตรการจำกัดและการห้ามการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทได้ส่งผลกระทบต่อการจัดซื้ออาหารทั้งโดยโครงการอาหารโลกและเพื่อจุดประสงค์ทางมนุษยธรรมอื่นๆ 

 

กลุ่มประเทศ G20 ได้มอบหมายให้ธนาคารโลกทำงานร่วมกับผู้บริจาคและองค์กรต่างๆ ที่สนใจเพื่อจัดตั้งกองทุนแบบพหุภาคีเพื่อขยายความช่วยเหลือทางการเกษตรให้กับประเทศที่มีรายได้น้อยต่าง ๆ    ความริเริ่มดังกล่าวเป็นผลมาจากการประชุม G8 บวกห้าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา   ซึ่งผู้นำประเทศได้ให้พันธะสัญญาว่าจะสนับสนุนความริเริ่มในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรเพื่อปรับปรุงผลผลิตและความสามารถในการผลิตทางการเกษตร ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ โดยคาดหวังว่าความริเริ่มนี้จะก่อให้เกิดความร่วมมือแบบพหุภาคีในระดับประเทศที่มีภาครัฐเป็นผู้ผลักดัน 

กองทุนพหุภาคที่ว่านี้มีคานาดา สเปนและสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง   ความริเริ่มดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาในการประชุมของคณะกรรมการบริหารธนาคารโลกในเดือนมกราคม

 

ธนาคารโลกเองได้มีการดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารหลายประการ ธนาคารได้อนุมัติเพิ่มการลงทุนทางการเกษตรเป็น 6 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีงบประมาณนี้หลังจากที่รายงานการพัฒนาโลกประจำปี 2551 (WDR 2008) ระบุว่า  การลงทุนเพื่อพัฒนาผลผลิตและประสิทธิภาพของภาคการเกษตรนั้นมีส่วนอย่างมากในการบรรเทาปัญหาความยากจน นายเซลลิกกล่าว 

 

ธนาคารโลกยังได้เพิ่มความสนับสนุนโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมต่างๆ เช่นโครงการเลี้ยงอาหารกลางวันในโรงเรียนระหว่างที่วิกฤติทางอาหารและทางการเงินยังดำเนินอยู่   นอกจากนี้   สมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Association – IDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารโลกที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประเทศยากจนที่สุด  ยังได้เร่งรัดความช่วยเหลือให้กับประเทศเหล่านี้  โดยระหว่างเดือนกรกฎาคม 2551 และเดือนตุลาคม 2552 ที่ผ่านมานั้น  IDA ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนสูงถึงเกือบ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

รายงานฉบับใหม่ของธนาคารโลกและโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติที่เปิดตัวในการอภิปรายที่สถาบัน Brookings ยังชี้ด้วยว่า  โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนและการเสริมสร้างโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมอื่นๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยให้เด็กที่มาจากครอบครัวยากจนสามารถเข้ารับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง  ส่งเสริมพัฒนาการในการเรียนรู้และสุขภาพของเด็ก  รวมทั้งความมั่นคงทางอาหารด้วย

 

นอกจากนี้  ธนาคารโลกยังได้ร่วมงานกับมูลนิธิเกตส์ (the Bill and Melinda Gates Foundation) ในการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาทางการเกษตร เช่นการเสริมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ (enhanced seeds) เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา

 

รายงานของธนาคารโลกชี้ว่า โครงการอาหารกลางวันโรงเรียนช่วยเพิ่มพูนโภชนาการและรายได้ครอบครัว

 

ดังที่รายงานฉบับใหม่เรื่อง Rethinking School Feeding: Social Safety Nets, Child Development, and the Economic Sector   ได้ระบุไว้  โครงการเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนในประเทศยากจนมีผลทำให้อัตราการเข้าเรียนเพิ่มสูงขึ้น ช่วยเด็กให้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีผลการเรียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการดำเนินโครงการดังกล่าวควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เช่นการถ่ายพยาธิ (พยาธิลำไส้ที่ติดต่อผ่านดิน) และของว่างและขนมที่มีการเสริมสารอาหารหรือวิตามินเสริม ในหลายประเทศพบว่าโครงการเลี้ยงอาหารโรงเรียนเป็นหนึ่งในความริเริ่มหลายประการที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เด็กโดยเฉพาะเด็กหญิงและเด็กที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบางที่สุดเข้าเรียนในโรงเรียน ควบคู่ไปกับมาตรการยกเลิกค่าเล่าเรียนและการให้เงินช่วยเหลืออย่างมีเงื่อนไข  รายงานฉบับนี้กล่าวว่าการเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือนั้น  หากจะคำนวณเป็นตัวเลขแล้วเท่ากับว่า  เป็นการเพิ่มรายได้ครัวเรือนโดยเฉลี่ยขึ้นอีกร้อยละ 10  ทีเดียว




Permanent URL for this page: http://go.worldbank.org/9BDGFPQG10