สุนทรพจน์ต้อนรับของนายเอียน พอตเตอร์ ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย ณ งานเปิดตัวรายงานพัฒนาโลกฉบับ พ.ศ. 2550 วันที่ 12 มีนาคม 2550

ท่านผู้มีเกียรติ
ท่านสุภาพบุรุษ  และสุภาพสตรีทุกท่าน

ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานเปิดตัวรายงานการพัฒนาโลกประจำปีพ.ศ. 2550 ในประเทศไทย  หลังจากที่ทางธนาคารโลกได้เผยแพร่รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรก ในระหว่างการประชุมประจำปีระหว่างธนาคารโลกกับกองทุน IMF  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า เนื้อหาหลักของรายงานการพัฒนาโลกฉบับนี้อยู่ที่บทบาทและความสำคัญของคนรุ่นใหม่ต่อการพัฒนา  ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างมากที่ได้เห็นเยาวชนหลายคนในจำนวนผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ทั้งหมด  เพราะความสนใจของท่านในเรื่องนี้นั้นเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เราทราบได้เป็นอย่างดีว่า        เราได้มาถูกทางแล้ว
      
รายงานการพัฒนาโลกฉบับพ.ศ. 2550 นี้  ได้เน้นหนักในเรื่องบทบาทของเยาวชนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก  และชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่อาจส่งผลให้เยาวชนหลายต่อหลายคนไม่สามารถดำเนินบทบาทนั้นได้อย่างเต็มที่  นอกจากนี้แล้ว  รายงานฉบับนี้ยังได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา  รวมทั้งการวางนโยบายที่จะเอื้ออำนวยให้รัฐสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเยาวชนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และมีประสิทธิผล    

ท่านจะได้ฟังรายละเอียดของรายงานฉบับนี้จากปากของคุณเอ็มมานูเอล ฮิมเมเนซ  ซึ่งเป็นทั้งผู้อำนวยการหน่วยงานด้านพัฒนามนุษย์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก   และยังเป็นผู้เขียนหลักของรายงานฉบับนี้ด้วย  ผมเองนั้นรู้สึกยินดีมากที่คุณแมนนี่สามารถเดินทางมาร่วมงานนี้ได้

ผมต้องยอมรับว่า  ตัวผมเองนั้นแก่กว่าท่านหลาย ๆ คนในที่นี้มาก เพราะผมได้เริ่มต้นทำงานในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะเกิดเสียด้วยซ้ำไป   ด้วยเหตุนี้เอง  ผมจึงมีความปรารถนาที่จะบอกเล่ามุมมองของตัวผมซึ่งมีต่อพัฒนาการของเยาวชนไทยที่ผมได้เห็นในระยะเวลาหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา

ดังที่ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่า   เยาวชนหลายต่อหลายรุ่นในประเทศไทยนั้น  ได้มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อพัฒนาการของประเทศ  ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม  และทางการเมือง  ในระหว่างทศวรรษที่ 70 และ 90        ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาไทยก็ยังได้ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อการโอนถ่ายอำนาจการปกครอง   และต่อพัฒนาการของระบอบการเมืองไทยโดยรวม
    
ในสองสามทศวรรษที่ผ่านมา  หนุ่มสาวไทยที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงานก็ได้มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว  และเป็นไปในทิศทางที่เอื้อประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ       นอกจากนี้แล้ว  ทุกครั้งที่ผมได้อ่านข่าวสารในหนังสือพิมพ์ของไทย   ผมก็มักจะพบว่ามีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่จำนวนมาก  ที่ใช้เวลาว่างไปกับการทำงานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคมและปกป้องสิ่งแวดล้อม  นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมได้ตระหนักว่า  เยาวชนไทยนั้นมีความเข้าใจเป็นอย่างดีต่อบทบาทและหน้าที่ของตนเองในการนำพาประเทศให้ก้าวไดลต่อไป  ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ  หรือสังคม

อย่างไรก็ตาม  ณ จุดใดจุดหนึ่งในชีวิตของเยาวชนเหล่านี้  พวกเขาก็จะต้องเผชิญกับปัจจัยหลายอย่าง    ทั้งที่เป็นปัจจัยซึ่งส่งเสริมให้เขามีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในชีวิต  ปัจจัยที่ส่งเสริมความก้าวหน้านั้น  ก็แน่นอนอยู่แล้วว่า  จะส่งผลดีต่อสังคมโดยรวม   ในขณะเดียวกัน   ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง   หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง  ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อเยาวชนผู้นั้นเอง  และทำลายโอกาสที่เขาจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในระยะยาว   เรียกได้ว่า   อนาคตของคนรุ่นใหม่นั้น  ขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาและเธอแต่ละคนในการเลือกสิ่งต่าง ๆ ให้แก่ชีวิต  ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี    ในระหว่างที่เขาและเธอกำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างการเป็นเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่  จากวัยเรียนสู่วัยทำงาน        

ด้วยเหตุนี้เอง  ทางธนาคารโลกในประเทศไทยจึงได้พยายามที่จะเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของสาธารณชน   ต่อโอกาสและปัจจัยเสี่ยงที่วัยรุ่นไทยจะต้องประสบ  และในช่วงปลายปีที่แล้ว  ซึ่งเป็นช่วงที่เราเริ่มจัดทำรายงาน “ตามติดสังคมไทย” ประจำปีพ.ศ. 2550  เราก็ได้ตัดสินใจที่จะนำประเด็นนี้มาเป็นประเด็นหลักของรายงานฉบับนี้   รวมทั้งนำกรอบนโยบายของรายงานพัฒนาโลกที่เรานำมาเสนอให้ท่านได้รับทราบในวันนี้    มาประยุกต์ใช้กับรายงาน “ตามติดสังคมไทย” นี้ด้วย  แต่ปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับสภาพการณ์ของเมืองไทยมากขึ้น

ในขณะที่รายงานพัฒนาโลก 2550 นำเสนอปัจจัยหลักในช่วงเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิตห้าช่วงของเยาวชน    รายงานตามติดสังคมไทยนี้  จะเน้นหนักในเรื่องการเจริญเติบโตโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ การเรียนรู้ซึ่งมีนัยยะสำคัญต่อการทำงานและการดำรงชีวิต   รวมทั้งการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโรงเรียนไปสู่สถานที่ทำงานด้วย    โดยรายงานฉบับนี้จะได้สานต่อผลของการวิจัยระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย   ซึ่งทางธนาคารโลกได้นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วเมื่อปีพ.ศ. 2549      

นอกจากนี้แล้ว  รายงานตามติดสังคมไทยนี้   ยังจะได้ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้เยาวชนไทยตัดสินใจที่จะเรียนต่อ   หรือออกจากระบบการศึกษามาสู่ตลาดแรงงาน   รวมทั้งปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของพวกเขา    และทำการวิเคราะห์การดำเนอนนโยบายของรัฐ  รวมทั้งองค์กรจากภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแลเยาวชนด้วย      ในส่วนนี้  คุณหลุยส์ เบนเนวิสเต้    หัวหน้าส่วนงานพัฒนามนุษย์ของธนาคารโลกในประเทศไทย   จะมาทำหน้าที่บรรยายเพิ่มเติม

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า    รายงานตามติดสังคมไทยฉบับที่กำลังจะออกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้   จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงกันในวงกว้าง  เพื่อนำไปสู่การวางรากฐานและการดำเนินนโยบายที่จะช่วยให้ภาครัฐสามารถผลิตเยาวชนที่มีทั้งทักษะ และคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน  ซึ่งเราเชื่อว่า  จะเอื้อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเองได้ในระยะยาว

และเรายังหวังด้วยว่า  การสนทนาของเราทั้งหมดในวันนี้  จะช่วยให้เยาวชนหลาย ๆ ท่านสามารถค้นพบได้ด้วยตัวเอง  ว่าตนมีคุณสมบัติใดบ้างที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ   อนาคตของประเทศในวันข้างหน้านั้น   ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านในหลาย ๆ เรื่อง   บางเรื่องท่านอาจจะได้ตัดสินใจไปแล้ว   บางเรื่องอาจจะทำในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้  โดยส่วนตัวนั้น  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า   ไม่ว่าการตัดสินใจที่ว่านั้นจะเป็นไปสำหรับเรื่องใด  หลังจากที่ท่านได้รับฟังประเด็นสำคัญ ๆ ของรายงานการพัฒนาโลก และรายงานตามติดสังคมไทยของธนาคารโลกในวันนี้แล้ว    ท่านจะตัดสินใจแต่ละครั้งด้วยความรอบคอบมากขึ้น  และด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการตัดสินใจของท่านนั้น    จะส่งผลล้พธ์เช่นใดต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศในท้ายที่สุด

ขอบคุณครับ 

 




Permanent URL for this page: http://go.worldbank.org/TBKUHP2DV1