สุนทรพจน์ ณ พิธีเปิดการประชุมความร่วมมือระหว่างไทย – ลาว เพื่อการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำแบบยั่งยืน

สุนทรพจน์ของนายเอียน พอร์เตอร์

ผู้อำนวยการธนาคารโลก

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 พิธีเปิดการประชุมความร่วมมือระหว่างไทย ลาว
เพื่อการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำแบบยั่งยืน

โรงแรมแชงกรี-ลา   กรุงเทพฯ

                                                      วันที่ 7 กันยายน 2550

 

ฯพณฯ ดร. ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย

 

ฯพณฯ ดร. บอสายคำ วงดารา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุ

รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

ท่านผู้มีเกียรติ  ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน

 

ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง  ที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานต่อเหตุการณ์ที่สำคัญมากเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ความร่วมมือของทั้งสองประเทศนี้  และผมขอแสดงความชื่นชมต่อ ฯพณฯ ดร. บอคำสาย และ ฯพณฯ ดร. ปิยะสวัสดิ์  ที่ได้ริเริ่มให้มีการประชุมนี้เกิดขึ้น

 

สาเหตุที่ทำให้การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่อภาครัฐ  ภาคเอกชน  และภาคประชาสังคม  รวมทั้งต่อผู้แทนของรัฐบาลต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทในงานพัฒนาของทั้งสองประเทศนั้น  มีอยู่หลายประการด้วยกัน        

 

  • ประการแรก  การประชุมครั้งนี้นับว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ความร่วมมือของทั้งสองประเทศ     เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางด้านการพัฒนาของตนเองได้
  • ประการที่สอง   การประชุมในครั้งนี้  เปิดโอกาสให้พวกเราทุกคนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเราเองจากการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในอดีต  รวมทั้งได้เรียนรู้ถึงนโยบายของแต่ละประเทศ   โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การส่งเสริมคุณภาพของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  เพื่อให้โครงการเหล่านั้นดำเนินไปในแนวทางที่ยั่งยืน  และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ประการสุดท้าย การที่พวกเรามารวมตัวกัน ณ ที่นี้  เป็นการตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศลาว    ที่จะต้องคำนึงถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจ  ทางการเงิน   ทางสังคม   และทางสิ่งแวดล้อม   ควบคู่กันไป

ความร่วมมือระหว่างลาวกับไทยนั้นได้ดำเนินมาเป็นเวลานานร่วมสองทศวรรษแล้ว  และประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองก็ได้รับประโยชน์เท่าเทียมกันจากความร่วมมือนี้  การประชุมในครั้งนี้   นับว่าเป็นโอกาสอันดีงามโอกาสหนึ่งที่จะช่วยให้ความร่วมมือที่มีมานานนั้นแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

 

การจัดหาไฟฟ้าพลังน้ำที่ สะอาดให้แก่ประเทศไทยนั้น   จะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตไปได้อย่างรวดเร็วดังที่เป็นมาในอดีต   และจะช่วยให้ประชาชนใน 17 จังหวัดทางภาคอีสาน   ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของประเทศนั้น   ได้มีไฟฟ้าใช้ในราคาที่เหมาะสม   และไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทั้งในประเทศและในโลก   

 

ในขณะเดียวกัน  การสำรวจแหล่งพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำนั้น   ก็จะช่วยให้ลาวสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ   เพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ลาวสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ  และสามารถขยับฐานะขึ้นเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ในปี 2020  ตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้

 

สำหรับประเทศลาวนั้น  นี่คือการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ในการพัฒนาประเทศในแบบที่ยั่งยืน  ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศโดยรวม   อีกทั้งยังช่วยให้ประชากรที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนานั้นสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้

 

สำหรับประเทศไทย  นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายในอันที่จะสร้างความมั่นใจว่า   พลังงานที่ไทยจะรับซื้อจากลาวในอนาคตนั้นต้องเป็นพลังงานที่ สะอาด  หมายถึงพลังงานที่ไทยมีส่วนช่วยให้ลาวพัฒนาอย่างยั่งยืน  และเป็นพลังงานที่ไม่เป็นโทษต่อสภาพแวดล้อมและประชากรลาวโดยรวม

ความร่วมมือระหว่างลาว-ไทยที่กล่าวมาแล้วนั้น  ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ด้วย

 

สำหรับผู้ดำเนินโครงการจากภาคเอกชนและผู้ให้การสนับสนุนทางการเงิน   ความร่วมมือด้านการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำแบบยั่งยืนนี้    ทำให้เกิดรายได้จำนวนมาก   แล้วยังเป็นความร่วมมือที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย   ถึงแม้ว่าบางท่านอาจจะเคยพูดถึงมาตรการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มากับโครงการในลักษณะนี้ว่าเป็น ภาระมาก่อนก็ตาม   แต่การที่พวกท่านมารวมตัวกัน ณ ที่นี้เป็นจำนวนมาก   ก็เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณไปในตัวว่า   จริง ๆ แล้วโครงการแบบนี้ก็ยังให้ผลประโยชน์ทางการเงินที่ดึงดูดใจอยู่

 

สำหรับองค์กรในภาคประชาสังคม   การประชุมนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น  และนำเสนอวิธีแก้ไขปัญหาจากมุมมองของเขา  ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงบทบาทของหุ้นส่วนในการพัฒนาอย่างแท้จริง

 

สำหรับตัวแทนจากสถานทูตและองค์กรเพื่อการพัฒนาต่าง ๆ  รวมถึงธนาคารโลกเอง  ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำแบบยั่งยืนนั้น  ก็เปิดโอกาสให้พวกเราได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อโครงการที่ปกป้องสภาพแวดล้อมและยังประโยชน์ต่อชุมชนในระดับท้องถิ่น

 

การที่เรามารวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้นั้น  ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเราที่จะก้าวไปในทิศทางที่ควรจะไป   เพื่อให้โครงการเหล่านี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง   โดยเฉพาะในท้องถิ่น

 

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้ว  ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอ่ยถึงโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ซึ่งเป็นตัวอย่างล่าสุด  และเด่นชัดที่สุด  ของการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแบบยั่งยืน  จนทำให้นิตยสารนิวสวีค   ซึ่งเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ที่ทรงอิทธิพลฉบับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา   ถึงกับเรียกเขื่อนน้ำเทิน 2  นี้ว่าเป็นเขื่อนที่ดีกว่าและอ่อนโยนกว่า  เขื่อนใดใดที่เคยมีการสร้างมาแล้วในอดีต

 

โครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 นี้   คือโครงการที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ได้รับผลกระทบดีขึ้นกว่าเก่า   ทำให้รัฐบาลลาวได้มีโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน   ทำให้ลุ่มน้ำที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของลาวได้รับการปกป้อง   ทำให้ผู้ลงทุนได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตามที่คาดการณ์ไว้  และทำให้ประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานของตนได้

 

โครงการนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความร่วมมือระหว่างไทย ลาว  ที่เริ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทินหินบูน  และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำห้วยโฮ     

 

การประชุมในวันนี้เปิดโอกาสให้เราได้นำประสบการณ์ดี ๆ เหล่านี้  รวมทั้งบทเรียนจากในอดีต  เข้ามาใช้ในการวางเป้าหมายของการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในอนาคตร่วมกัน  เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

การประชุมครั้งนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย   หากไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลทั้งสองฝ่าย   และจากชุมชนท้องถิ่นและภาคประชาสังคม  หรือไม่ได้แรงสนับสนุนจากบริษัทเอกชนที่มีความรับผิดชอบ  รวมทั้งจากผู้แทนของสถานทูตและองค์กรต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทในงานพัฒนา  ที่สำคัญ  การประชุมในครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า  เราไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง  ระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ    ทางการเงิน  ทางสังคม  หรือสิ่งแวดล้อม  หากเราสามารถเลือกทั้งหมดนี้ได้  เพื่อให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์เท่าเทียมกัน

 

ขอบคุณ

 




Permanent URL for this page: http://go.worldbank.org/FE5O6SQOG0