กรุงเทพฯ 11 มีนาคม 2551 เพื่อรับมือกับสิ่งท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างยุทธศาสตร์พัฒนาเยาวชนที่ชัดเจนและสอดคล้องต่อเนื่องกัน ตลอดจนกระตุ้นให้คนหนุ่มสาวมีส่วนร่วมในนโยบายที่จะมีผลกระทบต่อพวกเขาโดยตรงให้มากขึ้น รายงานธนาคารโลกฉบับใหม่กล่าว และเนื่องจากจำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวในปัจจุบันมีน้อยกว่าในอดีต รัฐบาลจึงควรให้ความสนใจแก่ประเด็นนี้อย่างเร่งด่วน ธนาคารโลกระบุในรายงานสถานการณ์สังคมไทยว่าด้วยเรื่องเยาวชน ปี 2551: คนรุ่นใหม่กับการพัฒนา (Thailand Social Monitor on Youth: Development and the Next Generation) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวกับเยาวชน และปัญหาที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน สาเหตุที่การเติบโตของประชากรที่เป็นเยาวชนได้ลดลงอย่างต่อเนื่องนั้นก็เพราะว่า คนวัยหนุ่มสาวในปัจจุบันนี้แต่งงานช้ากว่าที่เคยเป็น และอัตราการมีบุตรของคู่สมรสก็ต่ำกว่าในอดีตมาก ผลที่ตามมาก็คือ แรงงานวัยหนุ่มสาวของประเทศในปัจจุบันมีน้อยกว่าช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา “ในขณะที่การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักได้รับการคาดหมายว่าจะเข้มข้นขึ้นนั้น ประเทศไทยกำลังจะต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาวในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า” นายเอียน พอร์เตอร์ ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยกล่าว “เพื่อจะคงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลไทยจะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มพูนคุณภาพ ความรู้ และทักษะของบรรดาแรงงานหนุ่มสาว การจะทำเช่นนี้ได้ต้องอาศัยการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานที่ดำเนินนโยบายด้านการพัฒนา และการมองปัญหาจากมุมมองจากเยาวชนด้วย” แม้จะมีเหตุที่ทำให้การเจริญเติบโตของประเทศต้องสะดุดไปบ้างในบางช่วง แต่พัฒนาการด้านเศรษฐกิจและสังคมของไทยในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน การที่เศรษฐกิจของเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น ก็ทำให้รัฐบาลสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรได้ อันจะเห็นได้จากการที่ดัชนีชี้วัดด้านสังคมที่สำคัญต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่สูงขึ้น อัตราการเสียชีวิตของทารกและมารดาที่ลดลง อัตราการรู้หนังสือ และจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ก็ทำให้เกิดสิ่งท้าทายใหม่ ๆ ตามมาเช่นกัน ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์สังคมไทย ได้ระบุว่า ปัจจุบันเยาวชนไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ต่างไปจากทศวรรษที่ผ่านๆมา สืบเนื่องมาจากวิถีชีวิตและอุปนิสัยที่เปลี่ยนไป ผลการศึกษาหลายฉบับชี้ว่าคนหนุ่มสาววัย 15 ถึง 24 ปีนั้นดื่มสุรา สูบบุหรี่ และเสพยาเสพติดมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนเด็กและเยาวชนที่มีน้ำหนักเกินก็เพิ่มขึ้น เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย และการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกหลักอนามัยมากจนเกินไป 
| | เยาวชนไทยในวันนี้จะเป็นคนทำงาน พ่อแม่ และพลเมืองของสังคมในวันหน้า ดังนั้นรัฐต้องลงทุนในเยาวชนเสียแต่ตอนนี้เพื่อสร้างขีดความสามารถให้พวกเขาอย่างเต็มที่ จากข้อเสนอแนะในรายงานสถานการณ์สังคมไทย 2551 | นอกจากนี้ คนหนุ่มสาวในปัจจุบันก็เริ่มมีเพศสัมพันธ์กันเร็วขึ้นกว่าในอดีต แต่การใช้ถุงยางอนามัยหรืออุปกรณ์คุมกำเนิดในหมู่เยาวชนนั้นยังมิได้เป็นไปอย่างแพร่หลาย จึงทำให้มีทั้งเยาวชนหญิงที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรมากขึ้น รวมทั้งมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่ยังอยู่ในวัยเยาวชนไทยค่อนข้างสูง ตัวเลขประมาณการที่มีอยู่ล่าสุดระบุว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้รับเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยในแต่ละปีนั้น เป็นเยาวชนวัย 15-24 ปี และแม้ว่าจำนวนเยาวชนที่เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยทุกวันนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาก็อาจจะยังต้องเผชิญกับภาวะตกงานเมื่อศึกษาจบ ทั้งนี้เป็นเพราะความรู้และทักษะที่พวกเขาสะสมในระหว่างเล่าเรียนนั้น อาจไม่ตรงเสียทีเดียวกับทักษะและความสามารถที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจกำลังมองหาอยู่ ถึงแม้รัฐบาลไทยจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในการให้การศึกษาแก่ประชากรในวงกว้าง แต่ประเทศไทยก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดจากคุณภาพการศึกษาต่ำ การที่นักเรียนจำนวนมากต้องหยุดเรียนกลางคัน รวมทั้งการที่ความสามารถทางวิชาการของนักเรียนนักศึกษาของไทยนั้นยังด้อยกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอยู่มาก จากการสำรวจของธนาคารโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะทางภาษาและวิทยาการนั้น เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของไทย ทำให้การบรรจุคนเข้าทำงานในตำแหน่งที่ต้องการทักษะทางด้านวิชาชีพสูงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งนั้น อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์ทีเดียว “นี่เป็นประเด็นสำคัญที่กำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อขีดความสามารถของประเทศไทย” นายลูอิส เบนเวนิสเต้ เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านงานพัฒนามนุษย์ของธนาคารโลกในประเทศไทย ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะที่จัดทำรายงานสถานการณ์สังคมไทยกล่าว “ในช่วงที่เรากำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัยนั้น เราได้พบด้วยว่าปัญหาเยาวชนว่างงานเป็นปัญหาที่มีคนเป็นห่วงกันมากปัญหาหนึ่ง นี่เป็นการบอกกลาย ๆ ว่า รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลเรื่องนโยบายการจ้างงานเยาวชนให้ใกล้ชิดกว่านี้ และอาจต้องเน้นเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างการศึกษากับความต้องการในตลาดแรงงานให้มากขึ้น” 
| | นักเรียนมัธยมปลายแสดงความคิดเห็นระหว่างงานเปิดตัวรายงานสถานการณ์สังคมไทย | เนื่องจากเยาวชนไทยในวันนี้จะเป็นคนทำงาน พ่อแม่ และพลเมืองของสังคมในวันหน้า ฉะนั้นยุทธศาสตร์การพัฒนาเยาวชนที่สอดประสานกันจึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติในระยะยาว และจำเป็นที่จะต้องให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายด้วยเพื่อให้โครงการมีประสิทธิผล รายงานสถานการณ์สังคมไทย แนะนำ “ปัจจุบันนี้เรามีวาระการพัฒนาเยาวชนแห่งชาติอยู่แล้ว แต่ลำพังมีวาระแห่งชาติอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด” คุณกานดา วัชราภัย รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นกระทรวงหนึ่งในสี่กระทรวงที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเยาวชนกล่าว "ดิฉันคิดว่าการส่งเสริมให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐบาลหน่วยต่างๆให้ดีขึ้นจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าในอดีต เราต้องเริ่มตระหนักว่าปัญหาเยาวชนนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน และเกี่ยวพันกับภาคส่วนต่าง ๆ มากมาย เราไม่ควรจะคิดว่า หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมด”
ท่านสามารถดึงข้อมูลรายงานฉบับเต็มได้จาก www.worldbank.or.th เจ้าหน้าที่ติดต่อ
อัจฉริยา โคตรบรรเทา ผู้เชี่ยวชาญโครงการพัฒนามนุษย์ โทรศัพท์ 0-2686-8347 อีเมล : akohtbantau@worldbank.org
พิชญา ฟิตต์ส เจ้าหน้าที่อาวุโส แผนกงานสื่อสาร โทรศัพท์: 086-4752-1783 อีเมล : pfitts@worldbank.org
|