คำกล่าวต้อนรับในงานสัมมนา ยุทธศาสตร์แนวใหม่ในการควบคุมการทุจริต: การเรียกคืนทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกง


ข้อสังเกตต่อที่ประชุม
ยุทธศาสตร์แนวใหม่ในการควบคุมการทุจริต : การเรียกคืนทรัพย์สินทีถูกฉ้อโกง

_____________________________________________________________________

คำกล่าวต้อนรับ
ยุทธศาสตร์แนวใหม่ในการควบคุมการทุจริต:
การเรียกคืนทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกง
โดย
เอียน พอร์เตอร์ ผู้อำนวยการธนาคารโลก
ประจำประเทศไทย กัมพูชา สปป.ลาว และมาเลย์เซีย
10 มีนาคม 2551


พณฯท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
นาย อากิระ ฟูจิโน ผู้แทนสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมสหประชาชาติ
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รศ.ดร. ธงทอง จันทรางศุ

ข้าพเจ้ายินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมกับพณฯท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และคุณอากิระฟูจิโนแห่ง UNODC มากล่าวต้อนรับคณะผู้แทนที่เข้าร่วมสัมมนาเรื่องการเรียกคืนทรัพย์สินครั้งนี้ เรายินดีที่ได้เห็นว่ามีท่านผู้มีเกียรติจำนวนมากจากบรรดาประเทศเอเชียตะวันออก สามารถเดินทางมาร่วมประชุมกับเราที่กรุงเทพเพื่อเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับเราขณะนี้

Mr. Ian Porterการสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ การเรียกคืนทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารโลกกับ UNODC  หรือ STAR โครงการ STAR มีจุดมุ่งหมายที่จะดำเนินการตามคำกล่าวของท่านประธานธนาคารโลก โรเบิร์ต เซลลิค ที่ว่า “ไม่มีที่ใดในโลกที่ผู้ฉ้อโกงทรัพย์สินคนจนจะไปหลบซ่อนอยู่ได้”

ท่านประธานฯได้กล่าวในการเปิดตัวโครงการนี้เมื่อเดือนกันยายนว่า “การช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถเรียกคืนเงินที่ถูกฉ้อโกงกลับมาได้ คือสิ่งสำคัญยิ่งในการหาเงินทุนมาดำเนินโครงการพัฒนาสังคม พร้อมทั้งประกาศให้ผู้นำที่ฉ้อโกงรู้ตัวว่าไม่มีทางหลบเลี่ยงกฎหมายไปได้”

รายงานประกอบการสัมมนาที่จัดทำโดยธนาคารโลกและ UNODC ชี้ชัดว่าปัญหาเรื่องการฉ้อโกงทรัพย์สินของชาตินั้นร้ายแรงเพียงใด ด้วยการรายงานถึงวิธีถ่ายเททรัพย์สินของกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทั่วโลก ที่ได้มาจากการคอรัปชั่น และการเลี่ยงภาษีที่มีมูลค่าถึงปีละ หนึ่งแสนล้าน ถึง 1.6 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ขอให้ลองจินตนาการดูว่าหากสามารถนำเงินนั้นกลับคืนมาเราจะทำอะไรได้บ้าง  เพียงแค่ส่วนเดียวของเงินนั้นก็สามารถนำมาใช้ในโครงการเพื่อสังคมซึ่งจำเป็นมากหรือไม่ก็เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเหลือเกิน

ทุก 100 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐที่เรียกคืนมาได้ สามารถนำมาใช้เป็นทุนสร้างภูมคุ้มกันให้เด็กๆถึง 4 ล้านคน สร้างระบบส่งน้ำให้ครัวเรือนได้ราว 250,000 หลัง หรือไม่ก็นำมาเป็นกองทุนบำบัดรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ได้ถึง 600,000 คนหนึ่งปีเต็ม

STAR เริ่มต้นด้วยบริบทแห่งความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรระหว่างประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนา ซึ่งสำหรับฝ่ายหลังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลในการปกครองเพื่อหยุดยั้งมิให้เงินไหลออกนอกประเทศ ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วจะจ้องหยุดการไหลเข้าของเงินผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยทำลายล้างระบบการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

ก้าวแรกสุดนั้น คือการที่ประชาชาติทั้งมวลร่วมกันให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตขององค์การสหประชาชาติ (UN Convention Against Corruption) เพื่อเป็นกรอบแนวในการควบคุมกระแสเงินผิดกฎหมาย ขณะนี้มีเพียงครึ่งหนึ่งของกลุ่มประเทศ OECD และอีก 4 ประเทศในกลุ่ม G-8 ที่เข้าเป็นภาคีสมาชิก เมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อนในที่ประชุมคณะที่ปรึกษาของ STAR ท่านประธานโซลลิคได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มการดำเนินการของธนาคารเป็นสองเท่า ในการสนับสนุนให้ประเทศอื่นๆเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกด้วยการให้สัตยาบันต่อนุสัญญานี้

ประชาชาติเอเชียตะวันออกเองต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ปัจจุบันแม้จะเป็นที่น่ายินดีว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน กัมพูชา อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ได้ร่วมให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับนี้แล้วรวมทั้งประเทศไทยที่กำลังดำเนินการเกือบจะถึงขั้นสุดท้าย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เรายังต้องการสนับสนุนให้รัฐบาลแห่ง สปป.ลาว มาเลย์เซีย สิงคโปร์ และเวียตนามเข้าร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในการให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ด้วย

นอกเหนือจากการเร่งเร้าให้ประชาชาติทั้งหลายให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาต่อต้านการทุจริตของ UN แล้ว ความดำริของ STAR ยังประกอบด้วย

  • การสร้างขีดความสามารถในระบบสถาบันของบรรดาประเทศกำลังพัฒนาเพื่อร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินคดี พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญานี้
  • การส่งเสริมการบูรณาการตลาดการเงิน โดยครอบคลุมถึงการที่ศูนย์กลางการเงินต่างๆต้องประกอบการภายใต้กรอบกฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน เพื่อให้สามารถตรวจติดตามและยับยั้งการฟอกเงิน ตลอดจนช่วยสร้างเสริมขีดความสามารถของหน่วยข่าวกรองด้านการเงินทั่วโลก เพื่อกระชับความร่วมมือในการปฏิบัติงานระหว่างกัน
  • การช่วยเหลือกระบวนการเรียกทรัพย์สินกลับคือของประเทศกำลังพัฒนา โดยการให้เงินกู้หรือเงินทุนดำเนินการ เพื่อค่าใช้จ่ายในการเริ่มโครงการ ตลอดจนให้คำปรึกษาในการว่าจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมาย และอำนวยความสะดวกในการร่วมมือระหว่างประเทศ
  • ติดตามตรวจตราการใช้จ่ายสินทรัพย์ที่เรียกกลับมาได้ เพื่อให้มีการนำเงินทุนที่ส่งคืนสู่ประเทศต้นทางไปใช้เพื่อการพัฒนา อาทิการดำเนินโครงการทางสังคม การพัฒนาการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานเป็นต้น

ธนาคารโลกมีความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และยาวนานกับกลุ่มประชาชาติเอเชียตะวันออก  บทเรียนสำคัญสองประการที่เราได้รับจากการเข้ามาดำเนินการร่วมกันคือ 1) ประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้จำเป็นต้องส่งเสริมสัมพันธภาพทางการค้าและการเงินระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และ 2) ความสำคัญที่เพิ่มทวียิ่งขึ้นในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น

ทั้งนี้เราต่างรู้ว่าสองประการนี้คือปัจจัยสำคัญ หากเราหวังที่จะเห็นความรุ่งเรืองที่นำความสุขสบายมาสู่คนบางกลุ่มในภูมิภาคนี้ แผ่ขยายไปถึงผู้ที่กำลังรอคอยให้ปาฏิหาริย์แห่งเอเชียตะวันออกช่วยชุบชีวิต ธนาคารและ UNODC นำหัวข้อหลักทั้งสองนี้มาสู่การสัมมนา ด้วยความหวังว่าเราจะสามารถเร่งให้วันเวลานั้นมาถึงเร็วขึ้น

ขอบคุณ




Permanent URL for this page: http://go.worldbank.org/X7TN6DMFY0