ติดต่อ พิชญา ฟิตต์ส (+662) 686-8324 pfitts@worldbank.org วอชิงตัน ดีซี 15 ตุลาคม 2551 --- นายจิม อดัมส์ รองประธานธนาคารโลกซึ่งดูแลกิจการของธนาคารในเอเชียตะวันออกและหมู่เกาะแปซิฟิก ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้เพื่อยืนยันความตั้งใจของสถาบันที่จะสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคในการรับมือกับวิกฤติการณ์ทางการเงินซึ่งกำลังแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ “ธนาคารโลกมีความพร้อมที่จะช่วยประเทศสมาชิกทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ อันเป็นผลมาจากวิกฤติการณ์ทางการเงิรที่กำลังเกิดขึ้น” นายอดัมส์กล่าว “เรายินดีที่จะให้การสนับสนุนความคิดริเริ่มของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล รวมทั้งพัฒนาแนวทางในการหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน ผ่านการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักเลขาธิการอาเซียน (ในกรุงจาการ์ตา)” “ประเด็นเรื่องผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อภูมิภาค และความเป็นไปได้ที่ธนาคารโลกจะเข้ามาช่วยสนับสนุนรัฐบาลของประเทศสมาชิกซึ่งกำลังเผชิญกับผลกระทบนั้น เป็นหัวข้อในการสนทนาระหว่างผู้แทนของรัฐบาลของประเทศสมาชิกหลายท่านหัวข้อหนึ่ง ในระหว่างการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เรายังไม่คาดคิดว่าจะมีการจัดตั้งกองทุนระดับภูมิภาคขึ้นมาเพื่อการนี้ และธนาคารโลกเองนั้นก็ยังไม่ได้พิจารณาความเป็นไปได้ของการที่ธนาคารจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนระดับภูมิภาคแต่อย่างใด" “เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกนั้นยังนับว่าแข็งแกร่งอยู่มาก ทั้งนี้มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่หลายประเทศในภูมิภาคได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจและการเงินของตนเองไปบ้างแล้ว หลังจากที่ได้เผชิญกับวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจไปเมื่อพ.ศ. 2540 นี่เป็นปัจจัยที่ทำให้ภูมิภาคนี้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการรับมือกับปัญหาทางการเงินที่กำลังส่งผลกระทบต่อโลกในขณะนี้ แต่เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ประเทศในเอเชียตะวันออกก็ยังจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของตนเองได้” ทั้งนี้ ธนาคารโลกยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะช่วยหน่วยงานของประเทศสมาชิก ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ให้สามารถบริหารความเสี่ยงอันจะเกิดขึ้นจากวิกฤติการณ์ทางการเงินในโลก ผ่านการขยายสินเชื่อ การลงทุน การค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ และโครงการที่ช่วยเสริมสร้างระบบคุ้มกันทางสังคม เรามีศักยภาพทางการเงินมากพอที่จะเพิ่มจำนวนเงินกู้ที่เราให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาขึ้นเป็นสองเท่าโดยที่ไม่ทำให้การบริหารงานด้านอื่น ๆ ของเราต้องติดขัด ในปีงบประมาณ 2008 ที่ผ่านมานั้น ธนาคารได้ให้เงินกู้แก่ประเทศกำลังพัฒนาเป็นจำนวนสูงถึง 13,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) ก็กำลังพิจารณาจัดตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมาเพื่อเข้าไปลงทุนในธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศยากจนที่ภาครัฐมีศักยภาพจำกัด เพื่อให้ธนาคารเหล่านี้สามารถเพิ่มทุนได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สถาบันการเงินเหล่านั้นในระหว่างวิกฤติการณ์ทางการเงินนี้ ไอเอฟซีมีแผนงานที่จะใช้เงินของบรรษัทเองลงทุนเพื่อการนี้ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศอื่นๆ ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลทางการเงินของรัฐบาลประเทศอุตสาหกรรมที่เป็นผู้บริจาค และนักลงทุนทั่ว ๆ ไปอีกประมาณ 2,000 ล้านเหรียญ ฯ
|