ติดต่อ พิชญา ฟิตต์ส (+662) 686-8324 pfitts@worldbank.org วอชิงตัน ดีซี 24 ตุลาคม 2551 – กองทุน Forest Carbon Partnership Facility (FCPC) ของธนาคาร-โลก ซึ่งได้เปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อกลางปีนี้ กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประเทศยากจนและกำลังพัฒนา ทำให้ธนาคารโลกต้องพิจารณาขยายจำนวนประเทศที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนนี้เป็น 30 ประเทศจากที่กำหนดไว้เดิมแค่ 20 ประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกประเทศที่ต้องการใช้ประโยชน์ จากกองทุนนี้ได้เข้าร่วม ปัจจุบันนี้ มีประเทศในทวีปอัฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ทั้งสิ้น 25 ประเทศที่ได้รับอนุมัติให้เข้ารับผลประโยชน์กองทุน FCPC นี้ โดยทั้ง 25 ประเทศนั้นได้บรรลุข้อตกลงกับประเทศอุตสาหกรรม 11 ประเทศและองค์กรพัฒนาสังคมเอกชนอีก 1 องค์กร เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์โครงการและคิดค้นกลไกทางการเงินระหว่างประเทศใหม่ ๆ ในอันที่จะบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการลดการตัดไม้ทำลายป่า การตัดไม้ทำลายป่าและป่าเสื่อมโทรมนั้น ถือเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมทั้งสองอย่างนี้นับเป็น 20% หรือ 1 ใน 5 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งโลกทีเดียว และในประเทศกำลังพัฒนาโดยมากนั้น ทั้งสองกิจกรรมนี้ถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดก๊าซเรือนกระจก กองทุน FCPC นี้มีองค์ประกอบหลักสององค์ คือกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อม (Readiness Fund) และกองทุนเพื่อการรับซื้อคาร์บอนเครดิต (Carbon Fund) โดยกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อมนั้นเดิมกำหนดให้มีการสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา 20 ประเทศในการสำรวจและประเมินคุณค่าของป่าที่ยังมีอยู่ รวมถึงศึกษาแหล่งที่มาของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการป่าของแต่ละประเทศด้วย เพื่อให้ประเทศนั้น ๆ สามารถนำปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มาจากป่าในปัจจุบันไปใช้คาดคะเนแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคตได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้มีประเทศทั้งสิ้น 40 ประเทศที่ยื่นเรื่องขอเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อม ธนาคารจึงกำลังพิจารณาขยายจำนวนประเทศที่จะช่วยเหลือจาก 20 เป็น 30 ดังที่เอ่ยไปแล้วข้างต้น “ดิฉันรู้สึกทึ่งมากที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจแก่กองทุนนี้อย่างล้นหลาม” นางแคทเธอรีน เซียร์ร่า รองประธานธนาคารโลก ผู้รับผิดชอบสายงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนกล่าว “ตอนแรกนั้นเราคิดว่าเป้าหมายของเราที่ 20 ประเทศนั้นน่าจะพอเหมาะพอควร แต่เรากลับได้รับคำขอจากประเทศที่ต้องกากรเข้าร่วมโครงการนี้เป็นจำนวนมากถึง 40 ประเทศ และแต่ละประเทศนั้นก็กำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเตรียมความพร้อมของตนเองให้สามารถรลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการอนุรกษ์และบำรุงรักษาป่าได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรจะได้รับคำยกย่องเป็นอย่างยิ่ง” ส่วนกองทุนเพื่อการรับซื้อคาร์บอนเครดิตนั้นจะให้เงินช่วยเหลือแก่ประเทศที่ผ่านการคัดเลือกไม่กี่ประเทศสำหรับการดำเนินโครงการนำร่องเพื่อต่อกรกับปัญหาโลกร้อนผ่านการอนุรักษ์ป่า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาครัฐหันมาบำรุงรักษาป่าเสื่อมโทรมและอนุรักษ์ป่าไม่ให้ถูกทำลาย ทั้งนี้ ธนาคารโลกซึ่งเป็นทั้งผู้บริหารและเลขาธิการของกองทุน FCPC นี้ ยังได้ประกาศด้วยว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุนนี้ทั้งสิ้น 2,300,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เอง ประเทศที่ได้รับการตัดเลือกให้เข้าร่วมกับกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อมนั้นประกอบไปด้วย: เอเชีย: ลาว เนปาล ปาปัวนิวกีนี วานูอาตู และเวียดนาม อเมริกาใต้: อาร์เจนติน่า โบลิเวีย เม็กซิโก เปรู ปานามา คอสตาริก้า โคลอมเบีย กียาน่า ปารากวัย และนิการากัว อัฟริกา: คาเมรูน เคนย่า เอธิโอเปีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อูกานดา กาบอน กาน่า ไลบีเรีย สาธารณรัฐคองโก และมาดากัสการ์
นอกจากการสนับสนุนให้แต่ประเทศเตรียมความพร้อมของตนเองในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการบำรุงรักษาป่าเสื่อมโทรมและปกป้องป่าจากการทำลายแล้ว กองทุน FCPF ก็ยังจะช่วยให้ชนกลุ่มน้อยดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในเขตป่าได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าด้วย โดยในระหว่างการประชุมของคณะกรรมการของประเทศที่เข้าร่วมในกองทุน FCPF เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการกองทุน ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศผู้บริจาค 10 ประเทศ และประเทศที่เข้าร่วมโครงการอีก 10 ประเทศ ได้อนุมัติเงินทุนหนึ่งล้านเหรียญเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนขนาดเล็กที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของชนกลุ่มน้อยดั้งเดิมและกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในป่าอื่น ๆ ให้สามารถมีส่วนร่วมในโครงการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกจากป่านี้ได้ การประชุมของคณะกรรมการกองทุน FCPF ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น เป็นการประชุมครั้งแรกของ FCPF นับตั้งแต่กองทุนเริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมิถุนายน ศกนี้ โดยมีประเทศทั้ง 25 ประเทศที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมกับกองทุนเพื่อเตรียมความพร้อม ตัวแทนภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศ ผู้แทนจากโครงการเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกจากป่า สำนักเลขาธิการของกรอบ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCC) สถาบันต่าง ๆ ในภาคเอกชน รวมทั้งชุมชนที่อาศัยป่าในการยังชีพ และชนกลุ่มน้อยดั้งเดิมเข้าร่วมการประชุมและสังเกตการณ์ ในการคัดเลือกประเทศที่จะเข้าร่วมในกองทุนFCPF นั้น คณะกรรมการได้รับความเห็นและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากหลาย ๆ ภาคส่วนและหลายภูมิภาคทั่วโลก ประเทศอุตสาหกรรมที่ได้บรรลุข้อตกลงกับประเทศที่เข้าร่วมในกองทุน FCPF นั้นประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุน เนเธอร์แลนด์ส นอร์เวย์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา โดยทั้งหมดนี้ได้แสดงความจำนงที่จะบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวนทั้งสิ้น 169 ล้านเหรียญฯ สำหรับการดำเนินงานของทั้งกองทุนเตรียมความพร้อมและกองทุนเพื่อการรับซื้อคาร์บอนเครดิต รายละเอียดเพิ่มเติม ไปที่ www.carbonfinance.org (ภาษาอังฤษเท่านั้น) |