Click here for search results

ธนาคารโลกสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาให้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกัน

จัดตั้งกองทุนใหม่สำหรับเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ด้านการพัฒนา
Available in: 中文, العربية, Español, Français, русский, English
 

วอชิงตัน 11 ตุลาคม 2551 –  วันนี้ กลุ่มธนาคารโลกได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวกองทุนใหม่ที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ เพื่อให้แต่ละประเทศนำความรู้ความชำนาญของตนในการบรรเทาปัญหาความยากจนด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากและมีต้นทุนต่ำ มาแลกเปลี่ยนกับประเทศอื่นๆ ได้

กองทุนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า South-South Experience Exchange Facility นี้ เป็นกองทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศผู้บริจาคหลายราย และมีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่ว่า ความสำเร็จในการพัฒนาของประเทศใดประเทศหนึ่ง จะสามารถดึงประชาชนในประเทศอื่นๆให้ขึ้นมาจากความยากจนได้

“ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายในประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ กำลังพยายามทำทุกวิถีทางที่จะขยายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้งพัฒนามาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชากรให้ดีขึ้น พวกเขาก็ต้องแสวงหาความคิดริเริ่มใหม่ๆ ไปด้วยพร้อมๆกัน และกลุ่มคนเหล่านี้ก็เห็นว่า ประสบการณ์ของประเทศที่อยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ ก็เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับประเทศของเขาเอง”  นายโรเบิร์ต บี. เซลลิค ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าว

เงินทุนก้อนแรกที่กองทุนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ South-South อนุมัติแล้ว จะทำให้ความสำเร็จของการปฏิวัติอุตสาหกรรมนมในอินเดียได้รับการถ่ายทอดให้แก่ประเทศในแอฟริกา  

อุตสาหกรรมนมในอินเดียนั้น ได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างมากหลังจากทางการอินเดียได้ดำเนินโครงการที่ชื่อว่า “Operation Flood”  โครงการนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นโครงการที่ทำให้อินเดีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประสบปัญหาขาดแคลนนมอย่างเรื้อรัง กลายเป็นผู้ผลิตนมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบาลแทนซาเนียจึงได้ขอร้องให้มีการนำแนวทางซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในอินเดียมาประยุกต์ใช้ในแอฟริกา ดังนั้น กองทุนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ South-South จึงให้การสนับสนุนทางการเงินแก่การนำคณะเกษตรกรฟาร์มโคนมจากแทนซาเนีย เอธิโอเปีย และยูกันดา ไปเยี่ยมชมกิจการด้านนี้ในอินเดีย

“ประเทศต่างๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการได้เห็นว่าประเทศอื่นๆ รับมือกับปัญหาที่คล้ายคลึงกันอย่างไร โครงการริเริ่มนี้จะช่วยให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศที่มีรายได้น้อย ที่กำลังเผชิญกับปัญหาอันรุนแรง และไม่สามารถรอการสนับสนุนมูลค่าสูงๆได้ ให้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ” นางนโกซี โอคอนโย อีเวอาลา กรรมการผู้จัดการธนาคารโลกกล่าว

นางโอคอนโย อีเวอาลา ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า อุตสาหกรรมนมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ยังประโยชน์ด้านโภชนาการให้แก่ประชากรที่ยากจนโดยตรง นอกจากนี้ ความสำเร็จประการหนึ่งของอินเดียจากการดำเนินโครงการนี้ในสองทศวรรษที่ผ่านมาก็คือ การทำให้กลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในหมู่ประชากรที่ยากไร้ ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ผลิต ทำให้ประชากรเหล่านี้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการนี้

“โครงการริเริ่มซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากทั้งผู้บริจาคเดิมและผู้บริจาครายใหม่ๆนี้ จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ ที่ต้องการจะเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาด้านการพัฒนาต่างๆ สามารถเรียนรู้วิธีการที่ได้ผลและพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้จริง ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”  นางโอคอนโย อีเวอาลากล่าว “ความน่าเชื่อถือของโครงการนี้ อยู่บนพื้นฐานของความจริงที่ว่าประเทศที่นำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันนั้น คือประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจากการดำเนินนโยบายหรือโครงการที่ประเทศอื่นๆ กำลังสนใจที่จะเรียนรู้”

ปัจจุบันนี้ มีประเทศผู้บริจาค 7 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย เม็กซิโก เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน และ สหราชอาณาจักร ที่ปฏิญญาว่าจะให้การสนับสนุนแก่นกองทุนนี้ โดยคาดว่าเงินบริจาคทั้งหมดที่จะได้รับในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีมูลค่าประมาณสิบล้านเหรียญสหรัฐ 

ขอบเขตของการดำเนินงานของกองทุนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ South-South นี้ค่อนขว้างกว้าง และมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ของประเทศกำลังพัฒนาโดยตรง กองทุนนี้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการจะติดต่อสื่อสารกันโดยตรง และแก่การจัดทำเว็บไซท์ซึ่งจะเป็นเสมือนห้องสมุดที่รวบรวมเอกสาร บันทึกข้อมูล สอดส่อง ตลอดจนเผยแพร่ผลการแลกเปลี่ยนและรายนามของผู้เชี่ยวชาญงานในสาขาต่างๆ ของการพัฒนาให้ทราบอย่างทั่วถึงด้วย

มีการคาดการณ์ว่ากองทุนที่ก่อตั้งขึ้นใหม่นี้จะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ความชำนาญในสาขาต่างๆ อาทิ
  
arrow การบริหารจัดการลาภผลที่ได้จากสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity windfalls) 
arrow การพัฒนาระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพ
arrow การนำเทคโนโลยีใหม่ๆไปปรับใช้
arrow การเลือกโครงการลงทุนของภาครัฐที่ให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจและสังคมสูง
arrow การปฏิรูประบบเงินสงเคราะห์
arrow การสร้างโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมที่จะเป็นประโยชน์แก่ประชากรที่ยากจน 
                 
                                        

   



Permanent URL for this page: http://go.worldbank.org/13PVDTNMH0