Click here for search results
Online Media Briefing Cntr
Embargoed news for accredited journalists only.
Login / Register

ธนาคารโลกสรุปการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นไปได้ในเม็กซิโก

Available in: English, Español

ติดต่อ

พิชญา ฟิตต์ส
(02) 686-8324
pfitts@worldbank.org

โคเปนฮเกน 26 ตุลาคม 2552-  ผลการศึกษาของธนาคารโลกเรื่องแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศเม็กซิโกสรุปว่า  เม็กซิโกจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อยปีละร้อยละ 42 (หรือ 477 ล้านตันเทียบเท่า) ได้ภายในปี. 2573 โดยไม่ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้  ธนาคารโลกได้นำรายงานดังกล่าวเข้าเสนอต่อที่ประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติจำนวน 120 คนจากประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่  ซึ่งองค์การสมาชิกนิติบัญญัติโลก (GLOBE) และกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรนักการสื่อสารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ คอมพลัส (COM+)  ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก การประชุมครั้งนี้  เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญก่อนการเจรจาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ณ กรุงโคเปนเฮเกนแห่งนี้

รายงานเรื่อง Low-Carbon Development for Mexico (แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) นี้ชี้ให้เห็นว่า  มีวิธีที่ภาครัฐสามารถสามารถดำเนินได้ในเวลาอันสั้นและใช้ต้นทุนต่ำทั้งหมด 40 วิธีด้วยกัน ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเม็กซิโกได้    ในจำนวน 40 วิธีนี้  วิธีที่จะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้โดยมีผลลัพธ์สูงสุดจะอยู่ในภาคขนส่ง  การผลิตไฟฟ้า  ภาคน้ำมันและก๊าซ  การเกษตรและป่าไม้  รวมถึงการประหยัดพลังงานด้วย   อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้ หากทำเป็นโครงการขนาดใหญ่ในช่วง 20 ปีข้างหน้า ประเทศเม็กซิโกจำเป็นต้องดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างต่าง ๆ ด้านการเงิน กฎระเบียบและนโยบาย

นายริคาร์โด โอชา หัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงการคลังเม็กซิโกกล่าวว่า  “เม็กซิโกตระหนักว่าจะต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้    แต่ที่น่ายินดีคือ เม็กซิโกได้ตัดสินใจแล้วว่าควรต้องทำอะไรบ้าง (เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้น)   นั่นก็หมายถึงว่า  แม้ประเทศเม็กซิโกจะไม่ได้เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก  แต่เราก็ต้องการส่งสัญญาณให้โลกทราบว่า  ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องลงมือทำอะไรอย่างจริงจัง  (แม้บางประเทศจะไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหามากเท่า ๆ ประเทศอื่นก็ตาม)

ประมาณร้อยละ 61 ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เม็กซิโกปล่อยในแต่ละปีนั้นมาจากการบริโภคพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน  และภาคพาณิชย์   อีกร้อยละ 21 นั้นมาจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้สอยที่ดินที่เปลี่ยนรูปไป เช่น มีการการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้น ส่วนอีกร้อยละ 10  เกิดจากการจัดการขยะและน้ำเสียอย่างผิดวิธี  ซึ่งทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นได้

มีไม่กี่ประเทศในโลกที่ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมและปัองกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจังดังเช่นที่เม็กซิโกได้ทำไปแล้ว”  นางลอร่า ทัค ผู้อำนวยการธนาคารโลกฝ่ายการพัฒนาแบบยั่งยืนในภูมิภาคละตินอเมริกาและหมู่เกาะแคริบเบียนกล่าว  “เราเชื่อมั่นว่าโอกาสต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษานี้จะช่วยเม็กซิโกให้ปรับปรุงกลยุทธในการพัฒนาประเทศ  และช่วยวางรากฐานของอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเม็กซิโกได้”    
 
เม็กซิโกมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับโลกเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   และได้แสดงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาโดยจัดทำโครงการพิเศษเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีชื่อว่า  Programa Especial de Cambio Climático (PECC) โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติระยะยาวว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งกำหนดเป้าหมายระยะกลางเพื่อรองรับการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น 

นายทอดด์ เอ็ม จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของธนาคารโลก  ซึ่งเขียนรายงานฉบับนี้ร่วมกับคลอดิโอ อลาทอร์เร, เซรา โรโม และเฟิงหลิว กล่าวว่า “แบบจำลองการพัฒนาเศรษฐกิจของเม็กซิโกที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้น  เป็นสิ่งที่อาจทำได้จริงและมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม  สามารถนำมาใช้ได้ในเวลาอันใกล้ โดยมีต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเงินค่อนข้างต่ำ   อย่างไรก็ดี  แบบจำลองที่ว่านี้ต้องอาศัยสิ่งจูงใจใหม่ๆ  เพื่อเอาชนะอุปสรรคที่เกิดจากโครงสร้างด้านนโยบาย กฎระเบียบ และพฤติกรรมเดิม ๆ

ฉะนั้น วิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ ทำในสิ่งที่ทำได้และมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ  ดังเช่นวิธีต่อไปนี้ 

  • ภาคการขนส่ง: กิจกรรมที่คุ้มทุนที่สุด คือ ให้คนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากเที่ยวขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบขนส่งมวลชน  รายงานฉบับนี้ได้เสนอให้มีการให้สัมปทานแก่ภาคเอกชนและนำนโยบายที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเข้ามาบูรณาการกับการวางผังเมืองในระดับเทศบาลและระดับประเทศ   (เพื่อให้การดำเนินนโยบายทั้งสองนั้นส่งเสริมซึ่งกันและกันมากขึ้น)  โครงการในลักษณะดังกล่าว   จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากสำหรับภาคขนส่ง ขณะเดียวกันทำให้ประชาชนชาวเม็กซิกันสามารถสัญจรกลับบ้านพัก ไปโรงเรียน แหล่งช็อปปิ้งได้สะดวกรวดเร็วขึ้น  อันจะลดปัญหาการจราจรและเวลาเดินทาง  อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อสุขภาพด้วย

  • ภาคเกษตรและป่าไม้: ปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเม็กซิโกที่หนักหน่วงที่สุดปัญหาหนึ่งมาจากการตัดไม้ทำลายป่าและสภาพดินเสื่อมโทรม  กิจกรรมที่ต้องทำในภาคนี้ได้แก่ ลดการการตัดไม้ทำลายป่า และส่งเสริมการปลูกป่า โดยมีระบบการจัดการป่าและการทำไร่เชิงพาณิชย์ที่ดี

  • ภาคไฟฟ้า น้ำมันและก๊าซ: คาดว่าเม็กซิโกจะต้องใช้ไฟฟ้า น้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในอนาคตอันใกล้   รัฐบาลจะสามารถทดแทนการพึ่งพาโรงผลิตไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งมาจากซากดึกดำบรรพ์ (fossil fuels) ด้วยการส่งเสริมเทคโนโลยีที่สะอาดและพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำ พลังลม พลังความร้อนใต้พิภพและชีวมวล  นอกจากนี้คณะศึกษาของธนาคารโลกยังพบว่า   โรงไฟฟ้าที่พีเม็กซ์  (Pemax) ซึ่งมีศักยภาพที่จะผลิตไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 6 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในเม็กซิโกนั้น  มีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งสำหรับระบบผลิตพลังงานร่วม (co-generation)   ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนได้

  • การประหยัดพลังงาน: รัฐควรให้ความสำคัญในลำดับแรก ๆ แก่การส่งเสริมการบริโภคพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาคสาธารณะ ภาคครัวเรือน ภาคการพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม  เนื่องจากภาคส่วนเหล่านี้ใช้พลังงานรวมกันทั้งสิ้นถึงร้อยละ 95 ของการบริโภคพลังงานไฟฟ้าและร้อยละ 48 ของพลังงานที่เม็กซิโกใช้ทั้งประเทศ   การประหยัดพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรกลและเตาเผาอาจทำได้ดีขึ้น  ตลอดจนหลายอุตสาหกรรมสามารถใช้ประโยชน์จากระบบผลิตไฟฟ้าร่วม


รายงานฉบับนี้ระบุว่ากิจกรรมเหล่านี้ยังก่อให้เกิดผลพลอยได้ที่สำคัญมากมายตามมา   และเกือบทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อความมั่นคงด้านพลังงาน   การส่งเสริมสาธารณสุข  และการปกป้องสิ่งแวดล้อม   นอกจากนี้  บางโครงการยังจะช่วยให้เม็กซิโกสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิต  รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากโครงการระหว่างประเทศอย่างกองทุนเพื่อการลงทุนที่สะอาด (Clean Investment Funds) ที่สนับสนุนความพยายามที่จะบรรเทาสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การศึกษาเรื่อง Low-Carbon Development for Mexico นี้   เป็นการศึกษาที่ธนาคารโลกจัดทำขึ้นพร้อม ๆ กับรายงานประจำปีของธนาคารโลกชื่อ Low Carbon, High Growth: Latin American Responses to Climate Change ซึ่งเป็นรายงานสำหรับประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกาและหมู่เกาะแคริบเบียนที่ธนาคารโลกให้ความสำคัญมากที่สุด   ซึ่งเป็นรายงานวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคละตินอเมริกาและหมู่เกาะแคริบเบียน  อันจัดเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลก  พร้อมเสนอแนะขั้นตอนที่ประเทศเหล่านี้สามารถนำไปใช้เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ    ผลการศึกษาเม็กซิโกหลายประเด็นก็ปรากฎอยู่ในรายงานฉบับนี้

ธนาคารโลกสนับสนุนแนวทางพัฒนาที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเม็กซิโก

เพื่อตอบสนองการท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คณะกรรมการบริหารของธนาคารโลกจึงได้อนุมัติเงินกู้สี่งวด จำนวนทั้งสิ้น 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างปี พ.ศ. 2551- 2552 เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในเม็กซิโกอย่างยั่งยืน   ซึ่งเน้นประเด็นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสำคัญ

แนวทางการพัฒนาดังกล่าวนี้  เน้นการนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณานโยบายสาธารณะ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน  รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน  เป้าหมายของโครงการก็เพื่อลดมลพิษทางอากาศและทางน้ำ ส่งเสริมการใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  อนุรักษ์ที่ดินและทรัพยากรป่าไม้

 # # # # # # # # # # # # # # # #

ท่านจะสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานศึกษาวิจัยเรื่องนี้และงานของธนาคารโลกในเม็กซิโกได้ที่

http://www.worldbank.org/mx


Related News

เอเชียตะวันออกต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจต่อไปหากต้องการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง



Permanent URL for this page: http://go.worldbank.org/K2YAXDDTC1